ซันต้าดิม บรรจุ 1 ลิตร/ ขวด
สารสามัญ คลีโทดิม (Clethodim)
วิธีการใช้ ความเป็นพิษต่อพืช และพืชที่นิยมใช้โดยละเอียด:🌾
ชื่อสามัญ (Active Ingredient)คลีโทดิม (Clethodim)
กลุ่มสารเคมี (Group)Cyclohexanedione oxime (กลุ่ม A)
กลไกการออกฤทธิ์ (Mode of Action)ยับยั้งเอนไซม์ ACCase (Acetyl-CoA carboxylase) ซึ่งเป็นเอนไซม์สำคัญในขั้นตอนแรกของการสังเคราะห์กรดไขมัน (Fatty Acid Synthesis) ที่จำเป็นต่อการสร้างเยื่อหุ้มเซลล์และการเจริญเติบโตของวัชพืช เมื่อวัชพืชได้รับสารจะหยุดการเจริญเติบโตและตายลงในที่สุด
คุณสมบัติเด่นเป็นสารกำจัดวัชพืชแบบ เลือกทำลาย (Selective Herbicide) หลังวัชพืชงอก (Post-emergence) โดยมีฤทธิ์ ดูดซึมและเคลื่อนย้าย ในวัชพืช โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีประสิทธิภาพสูงในการกำจัดวัชพืชประเภท ใบแคบ และ ปลอดภัยต่อพืชประธานที่เป็นใบกว้าง
ลักษณะสารของเหลวใสสีน้ำตาล (เช่น 24% W/V EC หรือ EC)🛠️
วิธีการใช้โดยละเอียด (Application Guide)
1. ชนิดของวัชพืชเป้าหมายวัชพืชใบแคบ (Grassy Weeds): เป็นเป้าหมายหลัก เช่น หญ้าตีนกา, หญ้าตีนนก, หญ้านกสีชมพู, หญ้าปากควาย, หญ้ารังนก, หญ้าดอกขาว, หญ้าข้าวนก, หญ้าแพรก, หญ้าชันกาด เป็นต้นไม่สามารถกำจัด: วัชพืชใบกว้าง (Broadleaf weeds) และกก (Sedges) ได้
2. ระยะการฉีดพ่นที่เหมาะสมฉีดพ่นหลังวัชพืชงอก (Post-emergence):ช่วงที่วัชพืชมีขนาดเล็ก (ระยะ 3-5 ใบ) หรือกำลังเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ เป็นช่วงที่วัชพืชไวต่อสารกำจัดวัชพืชมากที่สุด
หลีกเลี่ยง การฉีดพ่นในช่วงที่พืช (ทั้งพืชปลูกและวัชพืช) อยู่ในภาวะเครียด (Stressed conditions) เช่น ร้อนจัด แห้งแล้งจัด น้ำท่วม หรือมีปัญหาขาดธาตุอาหาร เพราะอาจลดประสิทธิภาพของสารและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดพิษต่อพืชประธานได้
อาการของวัชพืชหลังฉีดพ่น: วัชพืชจะแสดงอาการใบเหลือง เหี่ยวเฉา และเติบโตช้าลงภายใน 2-5 วัน และจะค่อย ๆ ตายลงอย่างสมบูรณ์ภายใน 1-3 สัปดาห์
3.อัตราการใช้โดยทั่วไปอัตราการใช้จะแตกต่างกันไปตามความเข้มข้นของสาร (เช่น 120 g/L EC หรือ 24% EC) และชนิดของวัชพืช
อัตราแนะนำโดยทั่วไป:สำหรับพื้นที่ 1 ไร่: ใช้อัตรา 80 – 120 มิลลิลิตร ผสมน้ำ 60 – 80 ลิตรสำหรับน้ำ 20 ลิตร (พื้นที่ 1 งาน): ใช้อัตรา 20 – 30 มิลลิลิตร (กรณีหญ้าโตอาจเพิ่มเป็น 50 มิลลิลิตร)
ข้อแนะนำเพิ่มเติม: ควรมีการเติม สารเสริมฤทธิ์ (Adjuvant) สารจับใบ สารเสริมประสิทธิภาพ ตามคำแนะนำในฉลาก เพื่อช่วยเพิ่มการดูดซึมและการเคลื่อนย้ายของสารให้ดียิ่งขึ้น
4.วิธีการผสมสารเติมน้ำสะอาดลงในถังพ่นสารประมาณครึ่งหนึ่งของที่ต้องการใส่สารคลีโทดิมตามปริมาณที่กำหนดกวนหรือเขย่าอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สารละลายสม่ำเสมอเติมสารเสริมฤทธิ์ (ถ้าใช้)เติมน้ำส่วนที่เหลือให้เต็ม
ความเป็นพิษต่อพืช (Phytotoxicity)ปลอดภัยต่อพืชใบกว้าง (Broadleaf Crops): คลีโทดิมถูกออกแบบมาให้มีฤทธิ์เลือกทำลายหญ้า (ใบแคบ) โดยมีผลกระทบต่อพืชใบกว้างน้อยมากหรือไม่มีเลย เมื่อใช้ตามอัตราที่แนะนำเป็นอันตรายต่อพืชใบแคบ (Grassy Crops): คลีโทดิมจะทำลายพืชใบแคบอื่น ๆ ด้วย ดังนั้น ห้าม ใช้ในพืชตระกูลหญ้าที่เป็นพืชประธาน เช่น ข้าว, ข้าวโพด, ข้าวฟ่าง, ข้าวสาลี, หรือพืชสนาม (Turf) เนื่องจากพืชเหล่านี้มีความไวต่อสารและจะได้รับความเสียหายหรือตายได้📍
พืชที่นิยมใช้ (Main Crops)คลีโทดิมนิยมใช้เพื่อกำจัดวัชพืชใบแคบในพืชประธานที่เป็น พืชใบกว้าง และ พืชตระกูลถั่ว เป็นหลัก ได้แก่
กลุ่มพืชตัวอย่างพืชที่ใช้ได้พืชตระกูลถั่วถั่วเหลือง, ถั่วเขียว, ถั่วลิสง, ถั่วฝักยาว, อัลฟัลฟา (Alfalfa), โคลเวอร์ (Clover), ถั่วอื่น ๆ
พืชผักพริก, มะเขือเทศ, หอม, กระเทียม, มันฝรั่ง, หัวบีทน้ำตาล, แครอท, กะหล่ำปลี, คะน้า, ผักกาดหอม, แตง/แตงโม, พืชตระกูลฟักทอง
พืชไร่อื่น ๆยาสูบ, ฝ้าย, ทานตะวัน, สับปะรด, มันสำปะหลัง (Cassava)
ไม้ผล/ไม้ยืนต้นไม้ผลตระกูลส้ม, ไม้ผลที่มีเมล็ดแข็ง (Stone fruit), ไม้ผลที่มีผลแบบป้อม (Pome fruit)
ไม้ดอก/ไม้ประดับพืชใบกว้างหลากหลายชนิด