● ไม้กฤษณาลักษณะของเนื้อไม้กฤษณาจะมีทั้งแบบเนื้อไม้ปกติและแบบเนื้อไม้หอมที่มีน้ำมันกฤษณา โดยเนื้อไม้ปกติจะมีสีขาวนวลเมื่อตัดใหม่ ๆ และต่อมาจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลอ่อน เนื้อไม้เป็นเสี้ยนตรง หยาบปานกลาง เลื่อยได้ง่าย ขัดเงาได้ไม่ดี ไม่ค่อยทนทานนัก เมื่อนำมาแปรรูปเสร็จก็ควรรีบกองผึ่งให้แห้งโดยเร็ว ส่วนเนื้อไม้หอมที่มีน้ำมันจะมีสีดำ หนักและจมน้ำได้ ซึ่งคุณภาพของเนื้อไม้ชนิดนี้จะขึ้นอยู่กับปริมาณของน้ำมันภายในเซลล์ต่าง ๆ ของเนื้อไม้ นอกจากนี้คุณภาพของไม้กฤษณายังสามารถแบ่งออกเป็น 4 เกรด ได้แก่[2]
○ เกรด 1 หรือที่เรียกว่า "ไม้ลูกแก่น" ส่วนต่างประเทศจะเรียกว่า "True agaru" เกรดนี้จะมีน้ำมันสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก กระจายอยู่ทั่วเนื้อไม้ ทำให้เนื้อไม้มีสีดำ มีน้ำหนักเป็น 1.01 เท่าของน้ำหรือหนักกว่าจึงทำให้จมน้ำได้ มีกลิ่นหอมคล้ายกับกลิ่นจันทน์หิมาลัยและอำพันขี้ปลา เมื่อนำมาเผาไฟจะให้เปลวไฟโชติช่วงและมีกลิ่นหอม (ราคา 15,000-20,000 บาท/กิโลกรัม)[2],[3]
○ เกรด 2 เกรดนี้จะมีน้ำมันและกลิ่นหอมรองลงมา ต่างประเทศจะเรียกว่า "Dhum"โดยสีเนื้อไม้จะจางออกน้ำตาล และมีน้ำหนักเบากว่าน้ำ มีกลิ่นหอมเหมือนน้ำมันดอกยี่สุ่น (ราคา 8,000-10,000 บาท/กิโลกรัม)[2],[3]
○ เกรด 3 มีน้ำมันและกลิ่นหอมรองลงมา มีน้ำหนักเบากว่าน้ำ หรือมีน้ำหนักเป็น 0.62 เท่าของน้ำ จึงทำให้ลอยน้ำ (ราคา 1,000-1,500 บาท/กิโลกรัม)[2]
○ เกรด 4 หรืออาจเรียกว่า "ไม้ปาก" เกรดนี้จะมีกลิ่นหอมและน้ำมันสะสมอยู่น้อย มีน้ำหนักเป็น 0.39 เท่าของน้ำ จึงทำให้ลอยน้ำ (ราคา 400-600 บาท/กิโลกรัม)[2]
○ ส่วนเนื้อไม้ปกติที่ไม่มีน้ำมันสะสมอยู่เลย จะมีน้ำหนักเพียง 0.3 เท่าของน้ำ จึงทำให้ลอยน้ำเช่นเดียวกัน[2]
● น้ำมันกฤษณาองค์ประกอบทางเคมีของน้ำมันหอมระเหยจากกฤษณาจะประกอบไปด้วยสารที่เป็นยางเหนียวหรือเรซิน (Resin) อยู่มาก ส่วนสารที่ทำให้เกิดกลิ่นหอม คือ Sesquiterpene alcohol ซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายชนิด คือ Agarospirol, -Agarofuran, Agaro และ Dihydroagarofuran
● ใบกฤษณามีใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับกัน ลักษณะของใบเป็นรูปรี มีความกว้างประมาณ 3-5 เซนติเมตรและยาวประมาณ 6-11 เซนติเมตร ปลายใบเป็นติ่งแหลม ส่วนโคนใบมน ใบเป็นสีเขียว ขอบใบเรียบ แผ่นใบค่อนข้างหนา เรียบและเกลี้ยง มีขนขึ้นประปรายอยู่ตามเส้นใบด้านล่าง ส่วนก้านใบยาวประมาณ 0.2-0.7 เซนติเมตร[1]
● ดอกกฤษณาออกดอกเป็นช่อบริเวณซอกใบ ดอกมีสีเขียวอมสีเหลือง กลีบเลี้ยงโคนติดกันเป็นหลอดสั้น ๆ มีปลายแยกเป็นแฉก 5 แฉก ติดทน ส่วนกลีบดอกมี 5 กลีบ มีเกสรตัวผู้อยู่ 10 ก้าน[1]
● ผลกฤษณาลักษณะของผลเป็นรูปกลมรี ผลยาวประมาณ 2.5 เซนติเมตรและกว้างประมาณ 1.5-2 เซนติเมตร มีเส้นแคบตามยาวของผล ผิวของผลมีลักษณะขรุขระเป็นลายสีเขียว และมีขนละเอียดสั้น ๆ คล้ายกำมะหยี่ขึ้น ผลเมื่อแก่จะแตกและอ้าออก ภายในผลมีเมล็ดประมาณ 1-2 เมล็ด มีสีน้ำตาลเข้ม ลักษณะกลมรี ขนาดประมาณ 5-6 มิลลิเมตร มีหางเมล็ดสีส้มหรือสีแดง ปกคลุมไปด้วยขนสั้นนิ่มสีแดงอมน้ำตาล โดยผลจะเริ่มแก่และแตกอ้าออกในช่วงเดือนสิงหาคม[1],[2]
●
1. ใช้เป็นยาอายุวัฒนะ (เนื้อไม้)[3]
1. ช่วยบำรุงกำลัง (เนื้อไม้)[3]
2. ไม้ลูกแก่น เมื่อนำมาใช้เผาจนเกิดกลิ่นหอม ใช้สูดดมจะช่วยทำให้เกิดกำลังวังชา (ไม้ลูกแก่น)[2]
3. ช่วยบำรุงธาตุ คุมธาตุในร่างกาย (เนื้อไม้)[2],[3],[5]
4. ช่วยบำรุงโลหิต (เนื้อไม้)[3]
5. เนื้อไม้มีรสขม หอม ใช้เป็นยาบำรุงหัวใจ (อาการหน้าเขียวตาเขียว) (เนื้อไม้, น้ํามันกฤษณา)[1],[2],[3],[5]บำรุงโลหิตในหัวใจ (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)[5]
6. ช่วยบำรุงสมอง ใช้ระงับอารมณ์โมโหดุร้าย ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียด ทำให้มีอารมณ์สุนทรีย์ (ชิ้นไม้)[5]
7. ใช้รับประทานช่วยทำให้หัวใจชุ่มชื่น (เนื้อไม้)[1],[3]
8. น้ำจากใบสามารถนำมาใช้เพื่อรักษาโรคเบาหวานได้ (ใบ)[5]
9. ช่วยเสริมสมรรถภาพทางเพศ (ตำรายาจีน)[2]
10. ช่วยแก้ลมวิงเวียนศีรษะหน้ามืด ใช้ปรุงเป็นยาหอมแก้อาการหน้ามืดวิงเวียน (เนื้อไม้)[1],[2],[3]
11. ช่วยแก้อาการคลื่นไส้อาเจียน (ตำรายาจีน)[2],[3]
12. ช่วยแก้หอบหืด (ตำรายาจีน)[2]
13. ช่วยแก้ไข้ต่าง ๆ (เนื้อไม้)[2],[3]
14. ช่วยแก้ไข้เพื่อเสมหะและลม (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)[5]
15. ช่วยรักษาโรคมาลาเรีย (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)[5]
16. ใช้ต้มดื่มแก้อาการร้อนในกระหายน้ำ แก้เสมหะ ด้วยการนำมาผสมกับยาหอมใช้รับประทาน หรือนำมาต้มเป็นน้ำดื่ม ในกรณีที่มีอาการกระหายน้ำมาก (เนื้อไม้)[3]
17. ช่วยแก้ลมซาง ใช้สุมศีรษะแก้ลมซางในเด็ก (เนื้อไม้)[1],[2]
18. น้ำจากใบใช้เป็นยารักษาโรคภูมิแพ้ (ใบ)[5]
19. เชื่อว่ากลิ่นหอมของควันที่ได้จากการนำชิ้นไม้กฤษณามาจุดจะช่วยรักษาโรคบางอย่างได้ (ชิ้นไม้)[6]
● ช่วยรักษาอาการปวดแน่นหน้าอก (ตำรายาจีน)
1. [2]
1. ช่วยบำรุงตับและปอด ทำให้ตับและปอดเป็นปกติ (เนื้อไม้)[1],[2],[3],[5]แก้ตับปอดพิการ (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)[5]ช่วยรักษาโรคตับ มะเร็งตับ (น้ำมันกฤษณา)[5]
2. น้ำมันกฤษณาแก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ รักษาโรคในลำไส้ โรคกระเพาะอาหาร ใช้เป็นยารักษาโรคมะเร็งลำไส้ หรือรับประทานน้ำกลั่นกฤษณาเป็นยาแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องเป็นเถาดาน (น้ํามันกฤษณา,น้ำกลั่นกฤษณา)[5]
3. ช่วยแก้อาการท้องร่วง (เนื้อไม้)[2],[3]
4. ช่วยขับลมในกระเพาะอาหาร ซึ่งในปัจจุบันได้มีการนำกฤษณาไปผลิตเป็นยารักษาโรคกระเพาะที่ดีที่สุดอย่างหนึ่ง คือ "จับเชียอี่" (ตำรายาจีน)[2]
5. น้ำมันจากเมล็ด สามารถนำมาใช้รักษาโรคเรื้อนและโรคผิวหนังได้ (น้ำมันจากเมล็ด)[1]
6. ช่วยแก้อาการปวด (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)[5]
7. เนื้อไม้กฤษณาใช้เป็นยารักษาและบำบัดโรคปวดข้อ ปวดบวมตามข้อ (เนื้อไม้)[1],[2],[3]
8. ในประเทศมาเลเซียมีการใช้กฤษณาผสมกับน้ำมันมะพร้าว เพื่อนำมาใช้ทาช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อย บรรเทาอาการของโรครูมาติซัม[3]
9. ช่วยแก้อัมพาต (ไม่ระบุส่วนที่ใช้)[5]
10. สาร